วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

บทที่ 7 ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว


ตัวแทนการจำหน่ายการท่องเที่ยวที่สำคัญ 4 ประเภทคือ
แทรเวลเอเจนซี่ บริษัททัวร์ บริษัทรับจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวและบริษัทรับจัดการประชุม

แทรเวล เอเจนซี่ TRAVEL AGENCY
แทรเวล เอเจนซี่ หมายถึง ธุรกิจขายปลีกที่ได้รับอนุมัติให้เป็นตัวแทนขายสินค้าทางการท่องเที่ยวและช่วยเหลือในการวางแผนการท่องเที่ยวให้ลูกค้าด้วย

บทบาทหน้าที่ของแทรเวล เอเจนซี่
Airline Reporting Corporation ARC กล่าวว่าแทรเวลเอเจนซี่มีบทบาทหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว
2.ทำการจอง
3.รับชำระเงิน
4.ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
5.ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ
6.ช่วยดำเนินการในการซื้อบัตรโดยสาร
7.ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่นๆ

1.จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว
มีหน้าที่จัดหาราคาต่างๆ เช่น ค่าโดยสารเครื่องบิน ราคาห้องพักของโรงแรม ราคาค่ารถเช่าเป็นต้น

2.ทำการจองในการจองบัตรโดยสารเครื่องบินแทรเวลเอเจนซี่ ต้องการข้อมูลต่างๆดังนี้
2.1จำนวนผู้โดยสารพร้อมชื่อและนามสกุล
2.2เบอร์โทรศัพท์
2.3ที่อยู๋ทางไปรษณีย์
2.4ชื่อผู้จอง
2.5ข้อมูลความต้องการบริการพิเศษ
2.6วันที่ออกบัตรโดยสาร
2.7รูปแบบการชำระเงิน

3.รับชำระเงิน
แทรเวลเอเจนซี่ที่ได้รับการรับรองจาก ARC จะได้รนับอนุญาตให้รับชำระเงินค่าบัตรโดยสารได้ทุกๆสัปดาห์ แทรเวลเอเจนซี่ จะต้องส่งรายงานให้กับ ARC เกี่ยวกับจำนวนบัตรโดยสารที่ขายและจำนวนเงินที่ได้รับจากการขายรายได้จากการขายบัตรโดยสารจะต้องนำเข้าบัญชีพิเศษที่เรียกว่า settlement account ซึ่ง ARC สามารถถอนเงินเพื่อนำไปชำระค่าบัตรโดยสารให้กับสายการบินต่างๆโดยจะหักค่านายหน้าcommission 10% ให้กับแทรเวล เอเจนซี่

ประโยชน์ของการใช้บริการแทรเวล เอเจนซี่
1.แทรเวล เอเจนซี่มีความชำนาญในการหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยว มีความเป็นมืออาชีพ จึงสามารถเสาะหาสินค้าที่เหมาะสมได้ดีกว่าและรู้ปัญหาต่างๆมากกว่า
2.แทรเวล เอเจนซี่ สามารถหาข้อเสนอหรือราคาที่ดีที่สุด
3.แทรเวล เอเจนซี่ช่วยประหยัดเวลาและความลำบาก
4.แทรเวล เอเจนซี่ช่วยแก้ปัญหาได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหา
5.แทรเวล เอเจนซี่รู้จักผู้ประกอบการธุรกิจมากกว่า
6.แทรเวล เอเจนซี่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวดีกว่า

ประเภทของแทรเวล เอเจนซี่ มี 4 ประเภท คือ
1.แบบที่มีมาแต่เดิม A Conventional Agency
แทรเวล เอเจนซี่ ประเภทนี้มักขายผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยวที่หลายหลายและเต็มรูปแบบเช่น ขายบัตรโดยสารเครื่องบิน ที่พัก บริการเช่ารถ โปรแกรมทัวร์ ลูกค้าสามารถจองหรือขอคำปรึกษาทางโทรศัพท์ ทางอีเมลล์หรือไปที่สำนักงาน โดยทั่วไปมักจะขายให้กับลูกค้าที่อยู๋ในชุมชนและบริเวณใกล้เคียง

2.แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ต Online Agencies
เอเจนซี่แบบที่ขายทางอินเตอร์เน็ตเริ่มเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาจุดเด่นของเอเจนซี่ที่ขายทางอินเตอร์เน็ตคือ สามารถขายไปยังที่ต่างๆทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะชุมชน หรือแหล่งที่ตั้งแห่งหนึ่งแห่งใด

3.แบบที่ชำนาญเฉพาะทาง Specialized Agencเies
อเจนซี่แบบอิสระ และแบบที่เป็นส่วนหนึ่งของคอนซอเตียม พบว่าอาจจะทำธุรกิจได้ดีขึ้นหากขายไปยังกลุ่มตลาดลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะทาง เช่น ตลาดนักธุรกิจ ตลาดเรือสำราญ ตลาดลูกค้าระดับสูง4แบบที่ประกอบธุรกิจจากที่พัก Home-Based Agenciesในปัจจุบันที่ธุรกิจต่างๆสามารถทำได้โดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผู้ประกอบการแทรเวลเอเจนซี่ อาจปรับเปลี่ยนบ้านหรือที่พักเป็นสำนักงาน ซึ่งเป็นการประหยัดในการเดินทางไปยังสำนักงานและไม่ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนสูง

บริษัททัวร์
บริษัททัวร์ หมายถึง ธุรกิจที่จัดทำทัวร์แบบเหมาจ่ายหรือจัดนำเที่ยว
ประโยชน์ของการใช้บริการบริษัททัวร์
1.ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
2.ประหยัดค่าใช้จ่าย
3.ได้ความรู้
4.ได้เพื่อนใหม่
5.ได้ความสบายใจและรู้สึกปลอดภัย
6.ไม่มีทางเลือกอื่น

ประเภทของทัวร์ 3 ประเภท
1.ทัวร์แบบอิสระ Independent Tour
เหมาะสำหับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวแบบอิสระ ทำให้นักท่องเที่ยวมีเสรีที่จะวางแผนกิจกรรมต่างๆได้เอง
2.ทัวร์แบบไม่มีผู้นำเทื่ยว Hosted Tour
โปรแกรมทัวร์แบบเหมาจ่ายที่ได้รับการบริการจากตัวแทนของบริษัททัวร์ณ แหล่งท่องที่ยว ตัวแทนบริษัททัวร์จะเข้ามาพบนักท่องเที่ยวเพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำในเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละวัน
3.ทัวร์แบบมีผู้นำเที่ยว Escorted Tour
โปรแกรมทัวร์แบบเหมาจ่ายที่รวมการบริการของมัคคุเทศก์ตลอดเส้นทาง ทัวร์ประเภทนี้นักท่องเที่ยวจะเดินทางเป็นกลุ่มโดยจะมีมัคคุเทศก์ร่วมเดินทางไปด้วย

บริษัทรับจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวDestination Management Company or DMC
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้คำจัดความดังนี้ บริษัทที่ดำเนินจัดการเรื่องการขนส่งภาคพื้นดิน การจัดงานเลี้ยง โรงแรมและนำเที่ยวให้แก่กลุ่มท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัล Incentive Groupบริษัทเหล่านี้มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในการจัดการบริการด้านต่างๆ ณ แหล่งท่องเที่ยวบริษัทเอกชนต่างๆนิยมติดต่อบริษัทรับการจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยวให้ดำเนินการจัดการท่องเที่ยวให้กับกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัล

บริษัทรับจัดการประชุม Meeting Planner
บริษัทรับการประชุมมีบทบาทหน้าที่ดังนี้
-เลือกสถานที่สำหรับการประชุม
-จองห้องพัก
-จองห้องประชุมและอุปกรณ์สำหรับการประชุม
-ดำเนินการวางแผนด้านอาหารและเครื่องดื่ม
-วางแผนโปรแกรมสำหรับผู้เข้าประชุมและผู้ติดตาม
-ประสานงานกับผู้จัดการประชุมของโรงแรมและสถานที่จัด
-ประสานงานกับวิทยากรหรือผู้รับเชิญ
-ดำเนินการวางแผนด้านการรักษาความปลอดภัยหรือแก้ไขวิกฤต
-บริการด้านการเดินทางและขนส่ง-ประเมิณผลงานเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง

บทที่ 6 ที่พักแรม

ความเป็นมา
ธุรกิจที่พักแรมในสากล/ต่างประเทศ
ธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย


ธุรกิจที่พักแรมสำหรับบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 4 มีชาวตะวันตกเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก โรงแรมที่สำคัญในอดีตได้แก่
-โอเรียลเต็ลโฮเต็ล สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยกลาสีเรือชาวต่างชาติเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ต่อมาเปลี่ยนแปลงเจ้าของและปรับปรุงรื้อขยายและสร้างใหม่ ปัจจุบันจัดเป็นโรงแรมมาตรฐานสากลชั้นนำแห่งหนึ่ง
-โฮเต็ลหัวหิน หรือโรงแรมรถไฟหัวหิน สร้างเสร็จในปีพ.ศ.2465 ในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยกรมรถไฟหลวง จัดให้บริการตามแบบกิจการโฮเต็ลในยุโรป มีความหรูหรา ใช้รับรองแขกเมืองและเป้นที่นิยมของชาวกรุงที่เดินทางไปพักผ่อนในสมัยนั้น
-โฮเต็ลวังพญาไท เป็นโรงแรมหรูหราในสมัยรัชกาลที่ 7 โดยปรับปรุงจากพระราชวังพญาไท ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง ชาวต่างชาติ และเป้นที่จัดกิจกรรมสังสรรค์ของสังคมชาวกรุงในสมัยนั้น
-โรงแรมรัตนโกสินทร์ สร้างเมื่อพ.ศ.2485 ในสมัยรัชกาลที่ 8 บนถนนราชดำเนินกลางใกล้สะพานผ่านพิภาพลีลา พร้อมกับโรงแรมสุริยานนท์ โดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นกิจการชั้นนำที่ใช้รับรองแขกเมืองสำคัญและเป็นที่ชุมนุมของชาวสังคมยุคนั้น

ปัจจัยพื้นฐานในการบริการที่พักแรมต้องคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญได้แก่
-ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้พัก
-ความสะอาดและสุขอนามัยในสถานที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม และบริการที่เกี่ยวข้อง
-ความสะดวกสบายจากบริการสิง่อำนวยความสะดวกที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้พักกลุ่มต่างๆ
-ความเป็นส่วนตัว
-บรรยากาศการตกแต่งที่สวยงาม
-ภาพลักษณ์ของกิจการและอื่นๆ


ประเภทที่พักแรม
ประเภทที่พักแรมสามารถจำแนกเป็น 2 กลุ่มสำคัญได้แก่ โรงแรมและที่พักนักท่องเที่ยว

1.โรงแรม หมายความว่า สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง หรือบุคคลอื่นโดยมีค่าตอบแทน
1.1เกณฑ์การจำแนกประเภทโรงแรม
-ด้านที่ตั้ง
-ด้านขนาด
-ด้านจุดประสงค์ของผู้มาพัก
-ด้านราคา
-ด้านระดับการบริการ
-ด้านการจัดระดับมาตรฐานโดยใช้สัญลักษณ์
-ด้านความเป็นเจ้าของและรูปแบบการบริหาร
โรงแรมอิสระ เป็นโรงแรมที่เจ้าของกิจการดำเนินการเอง ตามนโยบายและวิธีการที่กำหนดขึ้นเองอย่างอิสระ มีอำรนาจในการบริหารโดยสมบูรณ์ทำให้คล่องตัวในการจัดการ
โรงแรมจัดการแบบกลุ่ม/เครือหรือเชน เป็นโรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการแบบกลุ่ม มักใช้ชื่อประกอบการที่แสดงความเป็นสมาชิกในกลุ่มเดียวกัน โดยมีสำนักงานส่วนกลางควบคุมด้านนโยบาย มีข้อตกลงตามสัญญาในการดำเนอนธุรกิจร่วมกัน

2.ที่พักนักท่องเที่ยว
-บ้านพักเยาชนหรือโฮสเทล เป็นที่พักราคาประหยัดพัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเดินทางท่องเที่ยวในดินแดงต่างๆ เพื่อสร้างมิตรภาพและสันติภาพในสังคมโลกและสร้างประสบการณ์เรียนรู้จากการเดินทาง การดำเนินการของกิจการเป็นแบบไม่หวังผลกำไรมีการจัดตั้งเป็นสมาคมบ้านเยาวชนในแต่ละประเทศ และทุกแห่งจะเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธืบ้านเยาวชนนานาชาติ
-ที่พักพร้อมอาหารเช้าราคาประหยัด ได้แก่ บีแอนดฝืบี B&Bย่อมาจากBed abd Breakfast เพนชั่น ส่วนใหญ่เป็นบ้านให้เช่าพักในต่างประเทศ
-ที่พักริมทางหลวง ได้แก่ โมเต็ล เป็นที่พักขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้หรือริมทางหลวงสายหลักหรือระหว่างเมือง ให้บริการห้องพักและที่จอดรถหน้าห้องพักในราคาแบบประหยัด มีสิง่อำนวยความสะดวกจำกัดและไม่มีบริการอาหาร เป้นที่พักที่ได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกา
-ที่พักแบบจัดสรรเวลาพักหรือไทม์แชริ่ง เป็นที่พักบริการคล้ายโรงแรม ใช้วิธีจัดการเพื่อจัดสรรให้มีการหมุนเวียนเข้าพักในกลุ่มที่พักตักอากาศ ส่วนใหญ่เป็นอาคารที่พักที่มีการเฉลี่ยกรรมสิทธิ์ถือครอง โดยแต่ละหน่วยห้องพักคลายห้องชุดจะมีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถือกรรมสิทธิ์จากการเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในการซื้อผู้ร่วมถือกรรมสิทธิ์ใช้บริการตามจำนวนวันพักเฉลี่ยที่กำหนดไว้ต่อไป เป็นประเภทธุรกิจที่เติบโตและได้รับความนิยมมากในอเมริกา
-เกสต์เฮ้าส์ เป็นที่พักขนาดเล็กราคาประหยัด ส่วยใหญ่ดัดแปลงมากจากบ้านพักเดิมที่เจ้าของแบ่งให้นักท่องเที่ยวเช่าพัก อาจจัดอาหารเช้าบริการให้หรือไม่มีก็ได้ มักตั้งอยู่ในย่านชุมชนหรือตามเมืองท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ
-อาคารชุดบริการที่พักระยะยาวหรือเซอร์วิสอพาตเม้นท์ เป็นที่พักให้บริการห้องชุดสำหรับผู้พักระยะยาวป้นสัปดาห์/เดือน/ปี กิจกรรมจะเน้นบริหารห้องพักในรูปแบบคล้ายคลึงกับบริการโรงแรม มีห้องครัวปรุงอาหารให้
-ที่พักกลางแจ้ง เป็นที่พักแบบประหยัดที่สุดในประเทศตะวันตก โดยจัดพื้นที่ลานกลางแจ้งสำหรับให้นักท่องเที่ยวที่นิยมใกล้ชิดธรรมชาติได้ตั้งค่ายหรือพักเต้นท์หรือเช่าจอดรถพ่วงซึ่งภายในรถมีทั้งที่นอน ห้องน้ำและบริเวณครัว
-โฮมสเตย์ หรือที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท เป็นรูปแบบบริการที่พักพร้องกิจกรรมท่องเที่ยว ที่พักมีลักษณะเป็นบ้านพักที่นักท่องเที่ยวพักร่วมกับเจ้าของบ้านและได้ร่วมกิจกรรมเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนนั้น

แผนกงานโรงแรม
-แผนกงานส่วนหน้า รับผิดชอบการรับจองห้องพัก การต้อนรับ ลงทะเบียน บริการข้อมูล ขนย้านสัมภาระ
-แผลกงานแม่บ้าน รับผิดชอบการจัดเตรียมห้องพักแขก การซักรีด จัดดอกไม้
-แผนกอาหารและเครื่องดื่ม รับผิดชอบกระบวนการผลิต การบริการอาหาร
-แผนกขายและการตลาด รับผิดชอบวางแผนตลาด และควบคุมการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ
-แผลกบัญชีและการเงิน ดูแลจัดทำบัญชีและควบคุมการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ
-แผนกทรัพยากรมนุษย์ ในบางกิจการขนาดเล็กและเป็นแผนกบุคคล

ประเภทห้องพัก
-Single ห้องพักสำหรับนอนคนเดียว
-Twin ห้องพักเตียงคู่แฝด
-Double ห้องพักเตียงคู่ที่เป็นเตียงเดียวขนาดใหญ่ สำหรับนอนได้ 2 คน
-Suit ห้องชุดที่ภายในประกอบด้วยห้องตั้งแต่ 2 ห้องขึ้นไปโดยกั้นเป็นสัดส่วนแบ่งเป็นห้องนอน และห้องนั่งเล่น
บทที่ 5 การการคมนาคมขนส่ง

ความหมาย
การคมนาขนส่งหมายถึงกระบวนการที่เกี่วข้องกับการเคลื่อนย้าย คน สัวต์ สิ่งของ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยสื่อกลางต่างๆ ภายใต้ราคาที่ได้ตกลงกันไว้

ความเป็นมา
พัฒนาการขนส่งทางบก

ประวัติการขนส่งทางบก เริ้มขึ้นสมัย 200 ปีก่อนคริสตกาลหรือยุคบาบิลอนซึ่งใช้คนลากรถสองล้อไปบนถนน ก่อนที่จะนำสัตว์มาช่วยลากในยุคอียิปต์และกรีก จนกระทั่งยุคโรมันพัฒนาจากรถลากสองล้อเป็นสี่ล้อที่ใช้ม้าลาก ได้มีการประดิษฐ์รถม้าโดยสารในประเทศอังกฤษขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อให้บริการด้านการขนส่งได้มีการขนส่งโดยรถม้าโดยสารนี้เป็นประจำในฤดูร้อนระหว่างเมืองLondonและOxford
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ได้มีการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ ขึ้นเพื่อช่วยพัฒนาการขนส่งทางเรือและรถไฟส่งผลให้ผู้คนเดินทางเป็นจำนวนมาก ได้มีการเปิดให้บริการรถไฟไอน้ำขึ้นในประเทศอังกฤษขบวนแรกขึ้นในปี ค.ศ.1825 (พ.ศ.2368)
ต่อมาความนิยมเดินทางรถไฟน้อยลง เนื่องจากได้มีการประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนารถยนตร์ขึ้นในปี ค.ศ.1920 (พ.ศ.2463)ทำให้รถยนต์กลายเป็นพาหนะสำคัญแทนที่รถไฟ

พัฒนาการขนส่งทางน้ำ
การขนส่งทางน้ำเป็นการขนส่งที่เก่าแกที่สุดในโลก การขนส่งโดยสารทางเรือเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1722 (พ.ศ.2315)ในประเทศอังกฤษระหว่างเมือง Manchester กับ London หลังจากนั้นในปี ค.ศ.1815 (พ.ศ.2358)ได้มีการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญอังกฤษชื่อ ซ๊ลอนของบริษํท Penisula Oriental Steam
จนกระทั่งปี ค.ศ.1819 พ.ศ. 2362 มีเรือที่สามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรเป็นครั้งแรกได้คือ เรือกลไฟ Savannah เป็นเรือที่แล่นระหว่างเมือง Savannah รัฐจอร์เจียกับเมือง Liverpool ประเทศอังกฤษโดยใช้เวลา 29 วัน
ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ธุรกิจเรือสำราญได้รับผลกระทบรุนแรงมากสภาวะเศรฐกิจตกต่ำ จึงจำเป็นต้องมรีการลดราคารการเดินทางลง ในประเทศไทย การคมนาขนส่งทางน้ำในอดีตนั้นเริ่มจากการใช้เรือขนาดเล็กเพื่อทำประมง และขนส่งสินค้าภายในประเทศเป็นหลัก ชาวจีนได้เข้ามาตั้งธุรกิจเดินเรือขึ้นในประเทศสยามเป็นครั้งแรก

พัฒนาการขนส่งทางอากาศ
หลังจากปี ค.ศ.1903 (พ.ศ.2446)ซึ่งเป็นปีที่สองพี่นร้องตระกูล Wright ได้คิดค้นและประดิษฐ์เครื่องบินขึ้นเป็นครั้งแรก เที่ยวบินทางด้านธุรกิจครั้งแรกในโลกเกิดขึ้นระหว่าง London และ Paris แต่เที่ยวบินให้บริการขนส่งผู้โดยสารได้เกินขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาในปีค.ศ1927 (พ.ศ.2470)หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง แต่ละประเทศได้เร่งแข่งขันกันที่จะนำเครื่องบินที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาแล้วมาใช้ในเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น ต่อมาในปี ค.ศ.1939(พ.ศ.2502) บริษัทผลิตเครื่องโบอิ้งของสหรัฐอเมริกาได้ผลิตเครื่องบินโบอิ้ง 707 ในฐานะที่เป็นเครื่องบินโดยสารไอพ่นรุ่นแรกขึ้นได้รับการพัฒนามาจากเครื่องบิน Jumbo ไอพ่นขนาดใหญ่ ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารได้ 500 คนและบินได้ไกลถึง7000ไมล์ จากNew York ถึง Tokyo โดยไม่ต้องหยุดแวะเติมเชื้อเพลิงเลย

ประเภทธุรกิจคมนาคมขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว
1ธุรกิจการขนส่งทางบก
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนตร์ส่วนบุคคล
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถเช่า
รถตู้เพื่อนันทนาการ
รถโดยสารเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว
2ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ
การเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้
2.1 เรือเดินทะเล
2.2 เรือสำราญ
2.3 เรือข้ามฟาก
2.4 เรือใบและเรือยอร์ช
3 ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ
การเดินทางท่องเที่ยวทางอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ดังนี้
3.1 การบินลักษณะเที่ยวประจำ เป็นการบินระหว่างเมืองต่อเมือง มีตารางบินที่แน่นอน
3.1.1 เที่ยวบินประจำภายในประเทศ
3.1.2 เที่ยวบินประจำระหว่างประเทศ
3.2 การบินลักษณะเที่ยวบินไม่ประจำ
3.3 การบินลักษณะเที่ยวบินเช่าเหมาลำ
บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยว
คำจำกัดความ 3 คำ ที่จำเป็นในการศึกษาแหล่งท่องเที่ยว
1 ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว Tourism Resources
สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น อยู๋ในรูปนามธรรมและรูปธรรม สามารถนำเอามาใช้ประโยชน์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและประกอบกิจกรรมนันทนาการ
2 จุดหมายปลายทาง Desitation
สถานที่ใดที่หนึ่ง เฉพาะเจาะจงหรืออาจเป็นสถานที่ทั่วๆไป
3สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว Tourist Attraction
สถานที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้ผู้คนเดินเข้ามาเยี่ยมชม หรือ ประกอบกิจกรรมต่างๆ
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
ลักษณะเฉพาะต่างๆได้แก่
1 ขอบเขต Scoope
เป็น 2 ประเภทตามขอบเขตได้แก่ 1จุดมุ่งหมายหลัก สถานที่ที่นักท่องเที่ยวมุ่งตรงไปยังสถานที่นั้น
2จุดมุ่งหมายรอง สถานที่แวะพักระหว่างการเดินทางไปจุดมุ่งหมายหลัก2 ความเป็นเจ้าของ
แหล่งท่องเที่ยวทั้งที่เป็นสถานที่ธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น อาจจัดแบ่งได้ตามความเป็นเจ้าของ ทำให้ทราบแหล่งเงินสนุบสนุนมาจากที่ไหนหรือรายได้ต่างๆตกอยู๋ที่ใคร ผู้ที่จัดว่าเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวได้แก่ รัฐบาล องค์กรที่ไม่หวังผลกำไรและเอกชน
3ความคงทนถาวร
แบ่งตามอายุของแหล่งท่องเที่ยวประเภทที่เป็นสถานที่ อาจจะมีความคงทนกว่าประเปภที่เป็นงานเทศกาลและกิจกรรมต่างๆ
4ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงได้รับความนิยมอาจมีลักษณะที่เป็น แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม สภาพภูมิอากาศ ประวัติศาสตร์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้แบ่งแหล่งท่องเที่ยวออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
1 แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตก ทะเล เป็นต้น
2 แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น สถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ ได้แก่ ศาสนสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
3 แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น เช่น งานประเพณีต่างๆ แห่นางแมว บุญบั้งไฟ สงกรานต์ เป็นต้น
แหล่งท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย
ภาคกลาง
ประกอบด้วย 21 จังหวัด ภาคกลางเป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ เป็นศูนย์รวมของแม่น้ำสายสำคัญหลานสาย พื้นที่บริเวณนี่จึงอุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ เป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ มีประชากรหลายเชื้อชาติเผ่าพันธ์ ก่ให้เกิดงานศิลป์ที่งดงามตามวัดต่างๆ บางแห่งได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกที่ต้องรักษาไว้ร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของถ้ำอันสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมของชาติ ได้แก่พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นต้น และยังเป็นศูนย์รวมทางด้านการค้า ห้างสรรพสินค้าอีกด้วย
ภาคเหนือ
ประกอบด้วย 17 จังหวัด ภาคเหนือมียอดเขาสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ คือ ยอดเขาดอยอินทนนท์อยู๋ในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่บริเวณภาคเหนือมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกข้าว พืชไร่ และผลไม้อีหลากหลายชนิด ภาคเหนือยังเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของปรนะเทศไทย อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พระธาตุดอยสุเทพ และวัดวาอารามอีกจำนวนมาก อีกทั้งยังมีหัตถกรรมที่สร้างสรรค์เป็นข้าวของเครื่องใช้และของที่ระลึกที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นสินค้าส่งออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประกอบด้วย 17 จังหวัดเป็นแหล่งของต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย แม่น้ำพรมแม่น้ำชีและลำตะคอง ทางทิศใต้มีเทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาพนมดงรักกั้นระหว่างภาคอีสานชองไทยกับกุมพูชาและลาว ทางตอนใต้มียอดเขาเขียวที่สูงที่สุดสูงประมาณ 1292 เมตร ส่วนตอนกลางของภาคมีเทือกเขาภูพานทอดตัวจากเหนือลงสู่ทิศใต้ แบ่งภาคอีสานเป็น 2 ส่วนคือ แอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร แหล่งท่องเที่ยวมีหลากหลาย เช่น ภูเรือ ภูกระดึง ภูหลวง และเขาใหญ่ เป็นต้น
สินค้าที่ระลึกที่สำคัญ ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอม์อ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องจักรสานและเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น
ภาคตะวันออก
ประกอบด้วย 4 จังหวัด ลักษณธเป็นที่ราบสลับภูเขาลูกเตี้ยๆ มีแม่น้ำสำคัญได้แก่ แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำระยอง และแม่น้ำแสร์ ซึ่งไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย อีกทั้งยังมีเกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะสีชัง เกาะกูด เกาะเสม็ด เกาะมัน ในจังหวัดชลบุรีบริเวณปากแม่น้ำเป็นพื้นที่ชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆในภูมิภาคตะวันออก และยังเป็นแหล่งรวมแร่อัญมณีที่มีค่าของประเทศ
ภาคใต้
ประกอบด้วย 14 จังหวัด ทุกจังหวัดของภาคใต้มีเขต ติดต่อกับทะเล ยกเว้นจังหวัดยะลา ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ ป่าไม้ ภูเขา หาดทราย น้ำตก ภ้ำ ทะเลสาบ มีเทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต เทือกเขานครศรีธรรมราช โดยมีเทือเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทยกับมาเลเซีย มีแม่น้ำสายที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำตาปี แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำท่าทอง แม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำตรัง กิจกรรมงานประเพีณีของภาคใต้ อาทิเช่น การแสดงโนราห์ หนังตะลุง รองเง็ง การชนวัว งานแข่งเรือกอและ งานกินเจ เป็นต้น
ในประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการจัดเป็นมรดกโลกทั้ง5 แหล่งประกอบด้วยมรดกโลกทางธรรมชาติ และมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้แก่

สุโขทัย ศรีสัชนาลัย
กำแพงเพชร 3 อุทยานประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง และมีความรุ่งเรืองในอดีตช่วงใกล้เคียงกัน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2534 โดยอาณาจักรสุโขทัยถือเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย เป็นศูนย์กลางความเจริญในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 เป็นยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมในทุกๆด้าน ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ รวมทั้งการวางผังเมืองที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญา ซึ่งถือเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์ชาติไทยช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ หลักฐานที่เหลืออยู่ยังคงยืนยันถึงความเจริญรุ่งเรืองและความงดงามของศิลปะสถาปัตยกรรมในอดีตของอาณาจักรสุโขทัยได้เป็นอย่าง
พระนครศรีอยุธยา ราชธานีเก่าแก่ของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรือง อย่างยาวนานถึง 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 5 ราชวงศ์ จำนวน 33 พระองค์ ตั้งอยู่บนทำเลที่ตั้งอันอุดมสมบูรณ์จึงนับเป็นราชอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางวิทยาการและศิลปวัฒนธรรมอย่างสูงยิ่ง มีการติดต่อค้าขายระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง มีการส่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีถึงทวีปยุโรปเลยทีเดียว
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง แหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ เป็นแหล่งที่ขุดค้นพบร่องรอยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์พร้อมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีอายุกว่า 5,600 ปี โดยทางกรมศิลปากรได้ขุดค้นพบซากโครงกระดูกมนุษย์โบราณและภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่มีรูปทรงและลวดลายงดงาม สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองที่บรรพบุรุษในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงสามารถจะผลิตภาชนะเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีความสวยงามเป็นอมตะมาจนถึงปัจจุบัน และมีร่องรอยความเจริญก้าวหน้าที่บ่งบอกว่ามนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงนั้นรู้จักทำการเกษตรกรรมและการเพาะปลูกมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2535
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร- ห้วยขาแข้ง แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของเมืองไทยที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2534 ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันตกที่ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีพื้นที่รวมกันกว่า 4 ล้านไร่หรือราว 6,427 ตารางกิโลเมตร และยังเป็นผืนป่าที่เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเทือกเขาในเขตพม่า ทำให้ผืนป่าตะวันตกแห่งนี้เป็นป่าผืนใหญ่ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า ซึ่งป่าตะวันตกแห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดเช่น ช้าง เสือ กระทิง วัวแดง ควายป่า หมี เก้ง กวาง สมเสร็จ และเป็นถิ่นอาศัยของนกนานาชนิดโดยเฉพาะนกยูงไทยกำลังใกล้สูญพันธุ์
ผืนป่าเขาใหญ่- ดงพญาเย็น นับเป็นแหล่งมรดกโลกล่าสุดของไทยที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2548 และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย ป่าผืนนี้ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัดคือ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ โดยมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ป่ารวมกันราว 3,874,863 ไร่ หรือ 6,155 ตารางกิโลเมตร เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงยิ่ง
คุณลักษณะที่ดีของแหล่งท่องเที่ยว ต้องประกอบด้วย 3As คือ เป็นสถานที่ทีมีความดึงดูดattractions ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกamenities และสามารถเข้าถึงได้accessibilities
บทที่ 3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางนักท่องเที่ยว

แรงจูงใจ
แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวแตกต่างไปจากแรงจูงใจในวิชาจิตวิทยา เป็นตัวกำหนดบุคลิกภาพของบุคคลแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว หรือแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่เป็นแบบลูกผสมระหว่างแนวคิดทางจิตวิทยา (Psychological) ผสมกับแนวคิดทางด้านสังคมวิทยา (Sociological) แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวจึงหมายถึงเครือข่าย (Network) ส่วนที่เป็นพลังด้านจิตวิทยาคือความต้องการการพักผ่อนจากความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ความต้องการที่จะได้เห็นสิ่งที่แปลกใหม่ทฤษฎีต่างๆ เกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว

1.ทฤษฎีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น (Hierarchy of needs)
เป็นทฤษฎีของ Maslow กล่าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความต้องการ (wanting animals) และมนุษย์จะแสดงพฤติกรรมต่างๆ เพื่อที่จะสนองตอบความต้องการ (wants) และความต้องการจำเป็นต่างๆ (needs) ความต้องการของมนุษย์ไม่มีวันจบสิ้น Maslow ได้เสนอลำดับขั้นของความต้องการของมนุษย์ทั้งหลายรวม 5 ขั้น ซึ่งความต้องการเหล่านั้นจะเป็นตัวกระตุ้น (motivation)ในระดับล่างสุดคือ ความต้องการทางสรีระหรือความต้องการทางร่างกายซึ่งเป็นความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่รอด เช่น ความต้องการอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เมื่อความต้องการในระดับนี้ได้รับการตอบสนองจนพอใจแล้วความต้องการนี้ก็ไม่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมอีกต่อไป ความต้องการในระดับถัดไปคือความต้องการที่จะได้รับความปลอดภัยซึ่งรวมไปถึงความปลอดภัย เมื่อความต้องการในขั้นนี้ได้รับการตอบสนองความต้องการทางสังคมก็จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นตัวต่อไปได้แก่ความต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากสังคม ความต้องการทั้งสามระดับที่กล่าวถึงมาแล้วนี้เรียกว่าเป็นความต้องการในระดับพื้นฐานหรือความต้องการในระดับปฐมภูมิ ระดับปฐมภูมิคือความต้องการที่มุ่งเน้นในเรื่องของความภาคภูมิใจ (esteem) บางคนเรียกความต้องการนี้เรียกว่าความต้องการด้านอัตตา (ego needs) ในระดับสูงสุดของความต้องการทั้งหลายของคนเราคือ ความต้องการที่จะได้รับความสำเร็จ

2.ทฤษฎีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง (Travel Career Ladder)
ผู้นำเสนอทฤษฎีนี้คือ Philip Pearce ในแต่ละขั้นเกิดขึ้นทั้งจากบุคคลเป็นผู้กำหนดเอง (Self - direcded) และมีอีกส่วนหนึ่งเป็นการชักนำหรือกำหนดโดยผู้อื่น (Other - direcded) ยกเว้นความต้องการในขั้นสูงสุดหรือความต้องการความสำเร็จแห่งตนหรือความต้องการที่จะได้รับความพึงพออใจสูงสุด (Fulfillment needs) เป็นขั้นที่เกิดจากความต้องการของตัวบุคคลเป็นผู้กำหนดเอง

3.แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) ของ CromptonCrompton
ได้ทำการวิจัยเพื่อศึกษาถึงแรงจูงใจที่ผลักดันให้คนเรามีการเดินทางท่องเที่ยว เขาได้ทำการวิจัยนี้เมื่อปีค.ศ.1979 สรุปผลการวิจัยของเขาออกมาเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เกิดการเดินทางที่เขาเรียกว่า วาระซ่อนเร้น หรือ Hidden Agenda มีบางส่วนคล้ายกับทฤษฎีแรงจูงใจของ Maslow

4.แรงจูงใจทางการท่องเที่ยวในทัศนะของ Swarbrooke
ในหนังสือเรื่อง Consumer Behaviour in Tourism ของ John Swarbrooke จำแนกแรงจูงใจสำคัญๆ ที่ทำให้คนเดินทางออกเป็น 6 ส่วนได้แก่
1.)แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ (Physical)
2.)แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
3.)การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง (Emotional)
4.)การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาเพื่อสถานภาพ (Status)
5.)แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง (Personal development)
6.)แรงจูงใจส่วนบุคคล (Personal)
ในการที่นักท่องเที่ยวจะเลือกแหล่งท่องเที่ยวแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่การตัดสินใจที่จะไปท่องเที่ยวมักจะเกิดจากแรงจูงใจหลาย ๆอย่างในเวลาเดียวกัน สิ่งที่จะต้องระลึกไส้อีกอย่างหนึ่งก็คือแรงจูงใจที่นักท่องเที่ยวแสดงออก (Expressed motivation) อาจไม่ได้เป็นแรงจูงใจที่แท้จริง (Real motivation) ในบางครั้งคนเราจะต้องอาศัยแรงจูงใจร่วมกับผู้อื่น (Shared motivation) บางครั้งคนเราต้องเสียสละแรงจูงใจของตัวเองและโอนอ่อนผ่อนตามแรงจูงใจของผู้อื่น

แนวโน้วของแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
Parce, Morrison และ Rutledge (1998) ได้นำเสนอแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว 10 ประการดังต่อไปนี้
1.แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสแวดล้อม
2.แรงจูงใจที่จะได้พบปะกับคนในท้องถิ่น
3.แรงจูงใจที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
4.แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว
5.แรงจูงใจที่จะได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
6.แรงจูงใจที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ
7.แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8.แรวจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย
9.แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม
10.แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง

โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
โครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หมายถึง องค์ประกอบพื้นฐานในการรองรับการท่องเที่ยวทั้งระบบ ถือเป็นส่วนการสนับสนุนในการท่องเที่ยวสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี และทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
โครงสร้างพื้นฐานหลักๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่
1.ระบบไฟฟ้า
2.ระบบประปา
3.ระบบสื่อสารโทรคมนาคม
4.ระบบการขนส่ง-ระบบการเดินทางทางอากาศ-ระบบการเดินทางทางบก-ระบบการเดินทางทางน้ำ
5.ระบบสาธารณสุข

ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค
1.ปัจจัยทางภูมิศาสตร์
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างสรรค์ภูมิทัศน์ที่เป็นสิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจัยสำคัญเหล่านี้ได้แก่
1.1 ลักษณะภูมิประเทศ เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกที่ไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค ลักษณะภูมิประเทศจึงแตกต่างกัน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงจากภายในเปลือกโลก ทำให้เกิดภูเขา การเปลี่ยนแปลงบริเวณผิวโลก ทำให้เกิดเนินทราย เป็นต้น
1.2 ลักษณะภูมิภาค เป็นผลมาจากสถานที่ตั้งของแต่ละภูมิภาคที่อยู่ตามเส้นละติจูดที่แตกต่างกัน ทำให้ภูมิอากาศมีความแตกต่างกัน
2.ปัจจัยทางวัฒนธรรมความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค ย่อมเป็นสิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยวได้เช่นกัน
บทที่ 2 ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวจากยุคเริ่มต้นถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2


วิวัฒนาการของการท่องเที่ยว
อาณาจักร บาบิโลน ( Babylonian Kingdom) และ อาณาจักรอิยิปต์ ( Egyptian Kingdom)- การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ ( Historic Antiquities) 2600 ปีมาแล้วในอาณาจักรบาบิโลน- มีการจัดงานเทศกาลทางด้านศาสนา มีการพบหลักฐานจากข้อความที่นักเดินทางเขียนไว้ที่ผนัง หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ

จักรวรรดิกรีกและจักรวรรดิโรมัน
ลักษณะการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวสมัยกรีกเป็นการปกครองแบบนครรัฐ (City State) ทำให้ไม่มีผู้นำสั่งการให้สร้างถนน จึงนิยมเดินทางทางเรือ- สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า- เดินทางเพื่อแสวงหาความรู้ เนื่องจากสมัยกรีกนี้มีนักปราชญ์เป็นจำนวนมาก อาทิ อริสโตเติล พลาโต โซเครติส- เพื่อการกีฬา โดนเฉพาะในกรุงเอเธนส์

สมัยโรมัน
ได้รวบรวมจักรวรรดิกรีก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร และได้นำเอาวัฒนธรรม ธรรมเนียม ความหรูหราต่างๆ ไปพัฒนาเป็นแบบโรมัน- สมัยโรมันเป็นสมัยที่การท่องเที่ยวรุ่งเรืองที่สุดในยุคโบราณ จนมีนักวิชาการปัจจุบัน กล่าวว่า “ แม้ว่าชาวโรมันจะมิใช่ชาติแรกที่เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เพื่อความเพลิดเพลินก็ตาม แต่ชาวโรมันก็เป็นชนชาติแรกที่แท้จริงที่สร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวระบบมวลชนเป็นครั้งแรก” (Mass Tourism)- ชาวโรมันนิยมเดินทางไปชมความสำเร็จของวิทยาการของกรีก อนุสาวรีย์ต่างๆ รูปแกะสลัก ตลอดจนงานเทศกาล- โครงสร้างพื้นฐานถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นระบบ ทั้งถนนหนทาง ที่พักแรม (Inns) ร้านอาหาร ตลอดจนการรักษาความปลอดภัย

ยุคกลาง หรือ ยุคมืด ( Middle Age or Dark Age) ประมาณ ค.ศ. 500-1500- เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ศาสนาเข้ามามีบทบาทในการกำหนดการดำเนินชีวิตของผู้คน- วันหยุด (Holy Days) เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น- คนชั้นกลางและชั้นสูงนิยมเดินทางเพื่อแสวงบุญ ในระยะทางไกลในเมืองต่างๆ ตามหลักฐานที่ปรากฏเป็นนิทานเรื่อง Canterbury’s tales- การเฟื่องฟูของอาชีพมัคคุเทศก์

ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ( Renaissance)
ลักษณะสำคัญของการท่องเที่ยวในยุคนี้คือ

- เกิดการพัฒนาทางด้านการค้า
- ผู้คนเริ่มใฝ่รู้เกี่ยวกับเรื่องของยุโรปสมัยก่อน โดยเฉพาะชาวอังกฤษที่ร่ำรวย นิยมส่งบุตรชายออกเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับผู้สอนประจำตัว (Travelling Tutors) เป็นระยะเวลา 3 ปี เรียกว่าแกรนด์ทัวร์ (Grand Tour) โดยมีจุดมุ่งหมายที่ประเทศ อิตาลี
- อาจเรียกแกรนด์ทัวร์ว่า เป็นการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาก็ได้

สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18-19
- สังคมเริ่มเปลี่ยนจากเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม เกิดการล่าอาณานิคมขึ้น
- ที่พักแรมได้รับการพัฒนามาตามลำดับ กลายมาเป็นโรงแรม แทนที่ inns ต่างๆ
- การโยกย้ายถิ่นฐาน ไปยังดินแดนใหม่ๆ นอกยุโรป อาทิ ไป อเมริกา
- มีการพัฒนาประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ กับเรือกลไฟแบบกังหันข้างผสมใบ ทำให้เกิดการเดินทางได้เร็วขึ้น
- มีการพัฒนากิจการรถไฟ และในปี ค.ศ. 1841 โทมัส คุก ( Thomas Cook) ได้จัดนำเที่ยวทางรถไฟแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก ที่อังกฤษ ในขณะที่ เฮนรี เวลส์ ก็จัดกิจการนำเที่ยวขึ้นในอเมริกาเช่นกัน

ยุคศตวรรษที่ 20
การท่องเที่ยวยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความสะดวกสบายมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พักแรม เงินตรา เอกสารการเดินทาง
- ผู้คนหันมานิยมการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟลดน้อยลง
- พัฒนาของอุตสาหกรรมการบิน ที่เริ่มขึ้นในยุโรป ปี ค.ศ. 1919 และเริ่มขนส่งผู้โดยสาร ในช่วงหลักสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา
- ช่วงหลังสงครามโลก ผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางการสงคราม อาทิ หาดนอร์มังดีที่ฝรั่งเศส

วิวัฒนาการการท่องเที่ยวของไทยสมัยสุโขทัย
- การเดินทางเป็นไปอย่างอิสรเสรี โดยส่วนมากเป็นไปเพื่อการค้าขาย และทางศาสนา
- ส่วนมากเป็นการเดินทางภายในประเทศเท่านั้น
สมัยอยุธยา

เนื่องจากเป็นอาณาจักรใหญ่ และระบบสังคมเป็นแบบ ศักดินา ผู้คนไม่ค่อยมีอิสระในการเดินทางมากนัก นอกจากไปเพื่อการค้าเล็กๆ น้อย ส่วนด้านการเดินทางเพื่อการพักผ่อน ไม่ค่อยปรากฏ เพราะประชาชนส่วนมามีเวลาว่างไม่มากนัก มักจะอยู่กับบ้านมากกว่า
- มีปรับปรุงเส้นทางทางน้ำเพื่อการคมนาคม ตลอดจนเส้นทางทางบก เพื่อความสะดวกสบายทางด้านการค้าเป็นหลัก และเพื่อการเดินทางกลุ่มคนที่มีการเดินทางในสมัยอยุธยา มักจะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในชนชั้นปกครอง ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และบรรดาขุนนางทั้งหลาย ในบางครั้งอาจจะมีไพร่ทาสติดตามไปเพื่อรับใช้เช่นกันในประมาณปี ค.ศ. 1511 โปรตุเกสเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เดินทางเข้ามายังอาณาจักรอยุธยา ตามมาด้วย ญี่ปุ่น อังกฤษ สเปน ฮอลันดา ฝรั่งเศส

ผลจากการเข้ามาของชาวต่างชาติในสมัยอยุธยา
ทำให้เกิดความเป็นนานาชาติในพระนครศรีอยุธยามากขึ้น ทำให้เกิดการผสมผสานวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ ทั้งของตะวันตก และของไทย ที่น่าสนใจคือ มีบันทึกการเดินทางของชาวตะวันตกที่เขียนเอาไว้เกี่ยวกับ ชีวิตความเป็นอยู่ การเดินทาง สถานที่ต่างๆ ในอาณาจักรอยุธยา แล้วนำกลับไปตีพิมพ์เผยแพร่ที่ตะวันตก ก่อให้เกิดการเดินทางเข้ามายังเอเชีย และอยุธยา มากขึ้น ในฐานะที่อยุธยาเป็นดินแดนของสินค้าของป่า เครื่องเทศ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่สามารถสร้างกำไรให้มหาศาลแก่พ่อค้าชาวตะวันตก กล่าวได้ว่าอาณาจักรอยุธยา รุ่งเรืองมากทั้งทางด้านศิลปวิทยากร วัฒนธรรม ประเพณี บ้านเมืองร่ำรวย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีการแลกเปลี่ยนคณะทูตานุทูตระหว่างอยุธยาและชาติต่างๆ หลายครั้ง วรรณคดีที่เป็นหลักฐานสำคัญที่กล่าวถึงการเดินทางไปยังต่างแดนที่มีเชื่อเสียงคือ นิราศฝรั่งเศส ของ โกษาปาน ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์หลังสมัยสมเด็จพระนารายณ์ การค้าขายติดต่อกับชาติตะวันตกลดน้อยลง หันไปค้าขายกับจีนมากขึ้น และพยายามพัฒนาบ้านเมืองให้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีการส่งสมณทูตไปเผยแผ่ศาสนาโดยทั่วไป ที่สำคัญคือ เคยมีการส่งคณะสมณทูตไปยังลังกาทวีป และในลังกาเรียกนิกายสงฆ์ของตนว่า สยามวงศ์อีกด้วย

สมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์
เป็นความพยายามของพระมหากษัตริย์ทั้งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีและปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่พยายามจะทำฟื้นฟูความเป็นอยุธยาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จะพบว่า โครงสร้างของบ้านเมือง ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ จะคล้ายกับในสมัยอยุธยา

ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
สมัยรัชกาลที่สอง ทรงทำนุบำรุงทางด้านศิลปวัฒนธรรม และพัฒนาด้านการค้าระหว่างประเทศสมัยรัชกาลที่สาม บ้านเมืองเปิดการค้าขายกับต่างชาติ มากขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คล้าย ๆ กับสมัยของสมเด็จพระนารายณ์สมัยรัชกาลที่สี่ ทรงพยายามทำให้บ้านเมืองมีความทันสมัยตามแบบตะวันตก มีชาวตะวันตกเข้ามาพำนักอาศัยในกรุงสยามเป็นจำนวนมาก มีการสร้างที่พัก ร้านอาหารตามแบบตะวันตกเกิดขึ้นหลายแห่งสมัยรัชกาลที่ห้า ทรงปรับปรุงบ้านเมืองในทุกๆ ด้าน มีการเสด็จประพาสหัวเมืองต่างๆ รวมทั้งต่างประเทศหลายครั้ง ในยุคนี้มีการสร้างทางรถไฟ เรือกลไฟ นับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญทางการท่องเที่ยว มีการเลิกทาส เลิกไพร่ ทำให้คนมีเสรีภาพในด้านต่างๆ มากขึ้น มีการออกไปศึกษาต่อต่างประเทศมากขึ้นเช่นกันสมัยรัชกาลที่หก มีการปรับปรุงสายการเดินรถไฟ มีการสร้างถนนหนทางเพื่อประโยชน์ในทางการสงคราม ตลอดจนการสร้างโรงแรมอีกด้วย

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
สมัยรัชกาลที่เจ็ด เนื่องจากสภาวะบ้านเมืองไม่อยู่ในความสงบและพระองค์ก็มีพระพลานามัยที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก จึงมีการเสด็จประทับตากอากาศบ่อยครั้ง โดยเฉพาะที่หัวหิน ทำให้มีการสร้างทางรถไฟสาย กรุงเทพ-หัวหิน เพื่อส่งเสริมการพักตากอากาศอีกด้วยสมัยรัชกาลที่แปด-ปัจจุบันเนื่องจากเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย เปลี่ยนอำนาจการบริหารประเทศมาอยู่ที่นายกรัฐมนตรี รัฐบาลจอมพล ป. ให้มีการสร้างโรงแรมขึ้นอีก 3 แห่งเพื่อต้อนรับการเข้ามาของนักท่องเที่ยวช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

บทที่ 1 ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว

อุตสาหกรรม
หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ เงินทุน แรงงาน วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และการจัดการมารวมกันเพื่อผลิตสินค้า และบริการอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่างๆ มาผลิตบริการอย่างใดอย่างหนึ่งด้านการท่องเที่ยว ที่ก่อให้เกิดความสะดวกสบายหรือความพึงพอใจ และขายบริการด้านการท่องเที่ยวนั้นให้แก่ผู้เยี่ยมเยือน

สินค้าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
เป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Goods) คือ สินค้าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือการให้ “บริการ” ผู้บริโภคหรือผู้มาเยี่ยมเยือนไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสได้ ผู้มาเยี่ยมเยือนเพียงแต่ได้รับความพึงพอใจจากสิ่งที่เห็นหรือสิ่งที่ได้รับเท่านั้น
เป็นสินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนที่ไปหาผู้บริโภค คือ ผู้บริโภคต้องเดินทางไปซื้อสินค้าและบริการ ณ สถานที่ผลิตนั้นเอง ซึ่งหมายถึงสถานที่ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวต่างๆ
เป็นสินค้าที่ไม่สูญสลาย คือ เป็นสินค้าและบริการที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหลายครั้ง ในบางครั้งต้องดูแลรักษาและบำรุงให้คงอยู่ในสภาพที่ดีและเสียหายน้อยที่สุด
เป็นสินค้าที่เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนกรรมสิทธิ์ก็ได้ คือ เนื่องจากสินค้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งที่เมื่อผู้เยี่ยมเยือนได้ซื้อสินค้าแล้ว สินค้าบางประเภทมีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ อาทิ อาหาร ของที่ระลึก เป็นต้น แต่บางประเภทเพียงแค่ได้สิทธิ์ในการใช้ หรือชม อาทิ การจ่ายค่าห้องโรงแรม ไม่ใช่การได้เป็นเจ้าของห้อง เพียงแต่ได้สิทธิ์ในการเข้าพักตามระยะเวลาที่ตกลง เมื่อเข้ามาที่น้ำตก ทะเล ภูเขา ผู้เยี่ยมเยือนไม่ได้เป็นเจ้าของน้ำตก ทะเล ภูเขา เพียงแต่ได้เข้ามาเยี่ยมชมความงดงามเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภท “บริการ” อาทิ รอยยิ้ม ความช่วยเหลือ การดูแล ผู้เยี่ยมเยือนเพียงแต่ได้รับ “บริการ” เหล่านั้นในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่ได้เป็นเจ้าของ

ดังนั้นจึงสามารถจำแนกองค์ประกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ออกเป็น
- องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว (องค์ประกอบหลัก)
- องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว (องค์ประกอบเสริม)

องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว (องค์ประกอบหลัก)
สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว
ธุรกิจการคมนาคมขนส่ง
ธุรกิจที่พักแรม
ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร
5. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว (องค์ประกอบเสริม)
ธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึก
ธุรกิจ MICE
การบริการข่าวสารข้อมูล
การอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัย
การอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกเมือง

ความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ทางเศรษฐกิจ
1.เป็นแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศ
2.ช่วยลดปัญหาการขาดดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ
3.ช่วยสร้างอาชีพและการจ้างงาน
4.ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้
5.ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตทางเศรษฐกิจ

ทางสังคมและวัฒนธรรม
1.ช่วยยกมาตรฐานการครองชีพของคนในท้องถิ่น
2.ช่วยสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่สังคม
3.ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
4.ช่วยก่อให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา
5.ช่วยลดปัญหาความแออัดในเมืองหลวง
6.ช่วยเกิดให้เกิดการนำทรัพยากรที่ไร้ค่าในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า

ทางด้านการเมือง
1.ช่วยสร้างสันติภาพและความสามัคคี
2.ช่วยส่งเสริมความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ

กว๊านพะเยา


กว๊านพะเยาบึงอันกว้างใหญ่ สุดสายตาโอบล้อมขุนเขาแม่ใจดีที่ตั้งตระง่านอยู่ทางทิศตะวันตก ในยามเย็นและยามเช้าตรู่สีสันของท้องฟ้าและสายน้ำงดงามตรึงใจ ดังภาพเขียนเป็นภาพบรรยากาสอันแสนประทับใจที่ได้พบเห็นเมื่อมาเยือนเมืองพะเยาแห่งนี้


ยามเย็นที่กว๊านพะเยายามเย็น





ริมถนนชายกว๊านในเมืองพะเยา ซึ่งด้านหนึ่งเปิดโล่งสู่กว๊านพะเยา มีต้นมะพร้าวเรียงราย สร้างบรรยากาศเหมือนกับเมืองชายทะเล ผู้คนต่างพากันมาพักผ่อนนั่งรับประทานอาหาร บ้างก็เดินเล่นกินลมชมวิว ขี่จักรยานออกกำลังกาย พร้อมกับชมบรรยากาศยามพระอาทิตย์อัสดงเหนือผืนน้ำอันเงียบสงบ หากมาเที่ยวในวันสุดสัปดาห์ ตามร้านอาหารริมกว๊านต่างถูกจับจองด้วยนักท่องเที่ยวที่มานั่งกินดื่ม ชิมอาหารพื้นบ้าน ทั้งปลาเผา กุ้งเผา กุ้งเต้น ที่มีเรียงรายหลายร้าน ถัดจากบริเวณนี้สามารถเดินเรื่อย ๆ ต่อไปยังถนนคนเดินที่จัดให้มีขึ้นในวันสุดสัปดาห์ มีสินค้าอาหารให้เลือกซื้อเลือกชิมกันมากมายหลากหลายชนิด ทั้งอาหารคาวหวาน เสื้อผ้า ของใช้ ของประดับตกแต่งมากมาย

อิ่มบุญสุขใจในยามเช้า




ในตอนเช้าชาวบ้านบริเวณท่าเรือริมกว๊านจะมานั่งเรียงแถวเตรียมปั้นข้าวเหนียวไว้เป็นก้อนเล็กๆเพื่อรอใส่บาตรเป็นปะระจำทุกวัน นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อสำรับกับข้าวรวมทั้งกระติบข้าวเหนียวมาใส่บาตรได้ที่นี้เลย



นั่งเรือพาย ไหว้พระกลางน้ำ

หลังจากทำบุญใส่บาตรแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือพายไปนมัสการหลวงพ่อศิลากลางกว๊านพะเยา ค่าบริการเพียงคนละ 20 บาท มีคนพายลำละ 2 คนและมีชูชีพให้นักท่องเที่ยวใส่เพื่อความปลอดภัย ใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 20 นาที หลวงพ่อศิลา เป็นพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย อายุกว่า 500 ปี ค้นพบเมื่อปี 2526 ในบริเวณวัดติโลกอารามที่จมอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้านจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดศรีอุโมงค์คำ จนกระทั่งปี 2550 จึงได้อัญเชิญหลวงพ่อศิลากลับไปประดิษฐานบริเวณที่เป็นที่ตั้งของวัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเรือไปสักการะบูชา และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำของเมืองพะเยาเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 3 เดือน 6 และเดือน 8 ซึ่งตรงกับมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชา จะมีพิธีเวียนเทียนกลางน้ำในยามใกล้ค่ำ ชาวเมืองต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียน ล่องเรือไปเวียนเทียนบูชาองค์หลวงพ่อศิลากลางน้ำ 3 รอบ กว๊านพะเยาในยามนี้จะงดงามด้วยแสงประทีบท่ามกลางสีสันของท้องฟ้าและผืนน้ำกว้างใหญ่ในวันพระจันทร์เต็มดวง เป็นอีกภาพหนึ่งที่น่าประทับใจไม่เหมือนใครในโลก

ด้วยบรรยากาศของเมืองริมน้ำที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เมืองพะเยาเป็นเมืองที่น่าพักผ่อนท่องเที่ยว และยังได้รับความสุขสวัสดีจากการร่วมทำบุญและสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่ชาวเมืองได้ร่วมกันรักษาไว้ได้อย่างน่าชื่นชม